มโนรมย์ชื่อนามดอกไม้สีแดงสดเป็นเมืองเก่าแก่แต่โบราณครั้งสมัยทวารวดี มีความรุ่งเรืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภูมิศาสตร์ที่ตั้งเหมาะแก่การคมนาคมขนส่งสินค้าทำการค้าขายทางน้ำ เป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้ากรุงเทพฯ ในบริเวณคุ้งสำเภา

ทุกวันนี้แม้การเดินทางสัญจรจะเป็นทางบกมีสะพานหลักเชื่อมรอยต่อจังหวัดชัยนาทฝั่งอำเภอมโนรมย์ไปยังอุทัยธานีแล้ว แต่จุดแม่น้ำสองสีเจ้าพระยาและสะแกกรังยังเป็นเสน่ห์และสร้างวิถีริมน้ำให้เห็นอยู่จนปัจจุบัน

ในพื้นที่ 7 ตำบลมีความครอบคลุมถึงศักยภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ภาพวาด ปูนปั้น แกะสลัก หรือจะเป็นพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนามีจุดศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น วัดพิกุลงาม วัดจวน วัดศรีสิทธิการาม และอีกหลายแห่ง ตลอดจนภูมิปัญญาที่นำมาใช้เฉพาะท้องถิ่น เช่น การทำเสื่อกกและตะกร้าสานจากซังข้าวโพด การทำหญ้าแพงโกล่า การทำสวนผสมมะเขือเทศและปลูกพืชหมุนเวียน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหางแขยงการทำนาแบบลดต้นทุน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเลี้ยงเห็ดและผลิตภัณฑ์จากเห็ดยายฉิมอินดี้ เป็นต้น

สัดส่วนประชากรส่วนมากยังเป็นคนวัยทำงาน แต่อาจมีแนวโน้มการไปทำงานต่างถิ่นหรือในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ด้วยภาคการเกษตรในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกับอำเภออื่น ๆ ของชัยนาท เป็นจุดที่ในบางพื้นที่ต้องแก้ปัญหาหันมาปลูกพืชไร่ที่ใช้น้ำน้อย เช่น อ้อย ข้าวโพด กระเจี๊ยบแดง เป็นต้น แต่ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา ยังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับเกษตรชาวมโนรมย์ ทั้งจากความโดดเด่นของรสชาติที่มีความเฉพาะทางภูมิศาสตร์ไม่เหมือนพื้นที่ใดในประเทศ ทั้งเรื่องราวประวัติความเป็นมาตั้งแต่การตั้งชื่อเรียก “ส้มโอขาวแตงกวา” เมื่อคราวที่ชาวบ้านได้จัดผลส้มโอถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งเสด็จผ่านมาพักยังอำเภอมโนรมย์ จึงได้ขยายพันธุ์ต่อสืบทอดถึงรุ่นลูกหลานในพื้นที่หลักตำบลศิลาดานตั้งแต่นั้นผ่านมากว่า 140 ปี เป็นสวนส้มโอขาวแตงกวา “สุขสำราญ” และได้ร่วมกันกับชาวบ้านปลูกส้มโอจำนวนมาก จึงตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอขาวแตงกวา

ทางอำเภอยังผลักดันให้หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถีเป็นจุดยืนในการพัฒนาควบคู่ไปกับวิถีความเป็นอยู่ปกติของชาวบ้านให้มีความกลมกลืน ไม่ดัดแปลงเสริมแต่งจนเกินงาม อย่างชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านหาดมะตูม ได้นำความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของพื้นที่มาพัฒนาต่อยอดให้เป็นจุดเด่นและสร้างเสน่ห์ให้กับชุมชน และเป็นกิจกรรมสร้างความสามัคคีร่วมกันของชาวบ้าน อย่างการละเล่นโยนลูกช่วง ที่มักจะเล่นกันในเดือนเมษายน ช่วงที่น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเหือดแห้งพื้นดินเป็นหาดทราย ก็จะกลายเป็นจุดรวมพลรวมกลุ่มของชาวบ้านย่านนั้น และดึงความสนใจแขกเหรื่อผู้มาเยือนได้อีกด้วย

กลุ่มแม่บ้านใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนา มาร่วมกันทำจักสานไม้ไผ่ที่มีมากในชุมชนย่านมโนรมย์ ให้เป็นรูปภาชนะต่าง ๆ เช่น ตะกร้า กระบุง พัด นำไปจำหน่ายในราคาที่จับต้องได้ วิถีปกติของชาวบ้านย่อมต้องคู่กับอาหารการกิน เมนูง่าย ๆ ประจำท้องถิ่นแต่รสชาติอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการนำผลส้มโอมาแปรรูปทั้งคาวหวาน อีกทั้งเมนูกับข้าวทั่วไปที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา อย่างแกงชักส้มหยวกกล้วย ลาบหัวปลี ยำมะเขือยาว และขนมท่านท้าว ก็ถือเป็นเมนูรับแขกบ้านแขกเมืองได้เป็นอย่างดี ใครผ่านไปผ่านมาได้ลิ้มชิมรสเป็นต้องติดใจทั้งความอร่อยและประโยชน์คุณค่าทางอาหารอีกมากมาย
งานบุญงานสงกรานต์ชาวบ้านต่างรวมตัวมารอสักการบูชาปิดทองหลวงพ่อที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวมโนรมย์ทั้ง 3 องค์ หลวงพ่ออนุธรรมจักร หลวงพ่อปั่น และหลวงพ่อสำราญ ได้ถูกอัญเชิญขึ้นรถแห่ไปรอบบริเวณเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชาวบ้าน ที่ได้ทำสืบต่อกันมาเป็นประเพณีท้องถิ่นที่ยังปรากฏภาพให้ได้พบเห็นเป็นประจำทุกปี
นมัสการพระดี ไหว้ขุนศรีสิทธิกรรฐ์ เมืองโบราณเก่าแก่ งามแท้แม่น้ำสองสี ข้าวสารดีอร่อยเลิศ ถิ่นกำเนิดส้มโอขาวแตงกวา