เมืองสรรคบุรีในอดีตมีฐานะในระดับนคร เป็นเมืองสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ด้วยอารยธรรมโบราณเก่าแก่ที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองตั้งแต่สมัยอโยธยา สมัยอู่ทอง เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ แม้ต่อมาจะมีการปรับเปลี่ยนฐานะของสรรคบุรีเป็นอำเภอ แต่ร่องรอยความเจริญในอดีตยังมีปรากฏให้พบเห็นและให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาตลอดจนวีรชนผู้กล้าของอำเภอสรรคบุรีแห่งนี้

ใครมาเยือนต่างต้องได้เห็นและกราบไหว้อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย ตั้งเด่นอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี พิสูจน์ความศรัทธาและบารมีของท่านได้จากสิ่งของกราบไหว้ที่มีอยู่มากกมายหน้าที่ตั้งอนุสาวรีย์รูปปั้นแห่งนี้ ด้วยขุนสรรค์คือผู้กล้าทำศึกออกรบกับพม่าครั้งในอดีตจึงเป็นที่จดจำและรำลึกถึงในคุณงามและความดีมาจนถึงปัจจุบันวันนี้

ความเป็นอยู่ของชาวสรรคบุรี จัดว่าเป็นอำเภอที่มีครัวเรือนมากที่สุดเป็นอันดับสองในจังหวัดชัยนาท แต่ถ้าเทียบกับขนาดของพื้นที่ต่อประชากรกลับพบว่าเป็นอำเภอที่อยู่กันอย่างหนาแน่นที่สุด ในทางภูมิศาสตร์สายน้ำมีเพียงแม่น้ำน้อยที่ไหลผ่านแต่ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในเขตชลประทานที่สามารถทำการเกษตรมีผลผลิตให้พอจัดจำหน่ายออกสู่ท้องตลาดได้ อาชีพส่วนใหญ่ของชาวบ้านจึงเป็นเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจหลักประจำของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าว หรืออ้อย ที่มีอยู่มากเกือบ 20,000 ไร่ อาชีพรองลงมาจะเป็นการทำสวน ปลูกพืชผักผลไม้ ตลอดจนการประมง และปศุสัตว์ มีการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลายครัวเรือนกระจายไปหลายตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลโพงาม ตำบลเที่ยงแท้ ตำบลบางขุด เป็นต้น อย่างการเลี้ยงแพะเนื้อ ซึ่งเป็นสัตว์อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับการส่งเสริมให้เลี้ยงในหลากหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์เบงกอล พันธุ์บัวร์หรือบอร์ และพันธุ์แกมบิงกัทจัง เป็นอาชีพที่มีตลาดและสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้เลี้ยงแพะ มีการส่งเสริมทั้งจากภาครัฐและการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสมาคมเลี้ยงแพะชัยนาท ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอสรรคบุรี

นอกจากนี้ สรรคบุรีเป็นอีกพื้นที่ในการสืบต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีตาล ที่ตำบลห้วยกรดเป็นแหล่งปลูกต้นตาลหนาแน่นในอดีต แม้ว่าปัจจุบันมีการถูกปรับพื้นที่บางส่วนจากการปฏิรูปที่ดิน แต่ยังคงมีให้เห็นด้วยมีกลุ่มที่ตั้งใจสืบสานให้อยู่ถึงรุ่นลูกหลาน

ก่อตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการอนุรักษ์ตาลโตนด ที่มีการสาธิตการทำตาล ให้เป็นที่เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การขึ้นตาลหรือปีนตาล การเคี่ยวตาล การทำน้ำตาล การทำอาหารจากตาล การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากใบตาล เช่น การกรองใบตาล การจักสานจากใบตาล เป็นต้น ปัจจุบันยังเป็นจุดที่สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ทำ โดยมีการท่องเที่ยวเข้ามาเป็นอาชีพเสริม ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มศึกษาดูงาน ซึ่งก็อีกหนึ่งหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดอีกด้วย เพื่อให้เป็นการสืบสานและคงไว้ดังคำขวัญสรรคบุรีท่อนหนึ่งที่ว่า “หอมน้ำตาลห้วยกรด”

ด้วยเป้าหมายการพัฒนาของอำเภอที่มุ่งให้สรรคุบรีเป็นเมืองเกษตรก้าวหน้า สังคมมีความร่มเย็นเข้มแข็ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรม และให้ผู้คนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ จึงวางแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เชื่อมโยงภาคการเกษตรไปยังการท่องเที่ยว ทั้งในชุมชนพื้นที่โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น วัดพระแก้ว วัดมหาธาตุ วัดโตนดหลาย วัดสองพี่น้อง เป็นต้น เชื่อมโยงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ดูแลรักษา ควบคู่กับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิต มุ่งให้สังคมเป็นอยู่ด้วยความสงบสุข ตลอดจนประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พระปรางค์ทรงกลีบมะเฟือง เมืองวีรชนขุนสรรค์ หอมน้ำตาลห้วยกรด หวานเลิศรสส้มโอ หลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์