
การมีชีวิตของผู้คนบนโลกใบนี้หรือในวงสังคมวงหนึ่ง เราใช้ชีวิตอยู่กันได้อย่างไร มีปัจจัยอะไรที่อาศัย เกื้อกูล หรือส่งเสริมเติมเต็มให้กันได้บ้าง
ในเมื่อทุกวันนี้มนุษย์โลกยังคงเป็นสัตว์สังคม ที่มีวิวัฒนาการและอารยธรรมติดตัวมาหลายยุคสมัย จากภูมิปัญญาสู่นวัตกรรมผสมผสานต่อยอดด้วยเทคโนโลยีความคิดสร้างสรรค์และอีกมากมายแล้วแต่จะเรียกชื่อกล่าวขาน
แต่หากมองย้อนกลับไปในพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดปลอดภัยและเติบโตก้าวหน้าตามวิถีทางแต่ละบุคคล หลายปัจจัยที่ก่อเกิดหลอมรวมเป็นหนึ่งชีวิตทั้งที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูและยากจนข้นแค้น นั่นคือความผิดแผกและแตกต่างที่แบ่งแยกผู้คนเหล่านั้นหรือไม่ หรือแท้จริงต้นทุนในแต่ละปัจจัยคือเหตุและที่มาของผลพวงดังที่กล่าวในข้างต้น
“ระบบการดำรงชีพอย่างยั่งยืน” คืออะไร แล้วใครบ้างที่มีพร้อมครบถ้วนแบบสมบูรณ์พูนสุข อันดับแรกที่อยู่คู่ตัวของคนเรา “ทุนทรัพยากรมนุษย์” พูดง่ายๆ คือแรงกาย มันสมองและสองมือ ที่ต้องพร้อมด้วยสติปัญญา ทักษะ และความสามารถ ยังไม่เพียงเท่านี้ กำลังวังชาเรี่ยวแรงที่แข็งแกร่งถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญขาดเสียไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจมีมาตั้งแต่เกิด แต่หากหยุดนิ่งไม่เติมต่อหรือขอพอแค่นี้ ก็ส่งผลให้อ่อนด้อยและน้อยประสิทธิภาพในการดำรงชีวิตที่ต้องต่อสู้และแข่งขันกับอะไรอีกมากมายบนโลกใบนี้
ต่อมาเมื่อแข็งแรง แข็งแกร่ง เฉลียวฉลาด และเก่งกาจแล้ว มนุษย์ต้องอาศัยและพึ่งพิง “ทุนทางกายภาพ” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย น้ำไฟ ถนนหนทาง ปัจจัยและโครงสร้างพื้นฐานตามการพัฒนาของยุคสมัย บางอย่างมีเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่า อย่างที่ดินหรือบ้านช่อง บางอย่างร่วมกันสร้างขึ้นในชุมชนได้ เช่น แหล่งน้ำ แหล่งข้อมูลข่าวสาร แต่ในหลายอย่างอาจต้องอาศัยโอกาสจากปัจจัยภายนอก ในข้อนี้เห็นได้ว่านโยบายของภาครัฐนั้นมีความสำคัญ ที่จะมุ่งส่งเสริมให้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นทางในการสัญจร ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น ๆ ที่มีมูลค่าและราคาในการจัดหา
เพราะเงินตรายังคงเป็นทุนสำคัญที่ช่วยหนุนช่วยนำมาซึ่งความสะดวก ความสบายและอีกมากมายให้กับชีวิตเราได้ “ทุนทางการเงิน” ทุนนี้ยังรวมถึงทรัพย์สินที่มีมูลค่าสามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินตราให้ได้จับจ่ายและใช้สอย มาได้จากหลายแหล่งไม่เพียงแต่เป็นเงินรายได้ เงินเดือน อาจเป็นทุนสะสมที่ใช้ระเวลาในช่วงหนึ่งนำมาแปลงสภาพทุนในรูปแบบที่แตกต่างไป แต่ประโยชน์หลักคือนำมาจับจ่ายและใช้สอย ซื้อหาสิ่งของและความจำเป็นเพื่อการดำรงชีพของมนุษย์เราได้
อีกสิ่งที่ต้องเกื้อกูลและดูแลรักษาซึ่งกันและกัน “ทุนทางธรรมชาติ” ในภาวะปกติ ความเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะแม่น้ำ ป่าเขา อากาศ หรือในความหลากหลายทางชีวภาพ ต่างก่อเกิดประโยชน์และอุดหนุนจุนเจือความเป็นอยู่ในพื้นฐานของคนเรา แต่หากใช้อย่างฟุ่มเฟือยหรือมุ่งทำลายให้ดับสูญ เมื่อนั้นจะกลายเป็นสภาวะอันไม่ปกติ ที่จะย้อนกลับมาเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ไฟป่า หรือโลกร้อน แล้วมนุษย์ก็ไม่อาจพึ่งพิงสิ่งเหล่านี้ได้อีกเลย หรือหากจะรอการฟื้นฟูเมื่อนั้นต้องใช้เวลามากโขกว่าทุกอย่างจะหมุนเวียนและกลับคืนสภาพที่สมบูรณ์
การจะเสริมเติมแต่ละทุนให้คงความพร้อมและสมบูรณ์ คนเพียงคนเดียวอาจทำได้ยาก แต่หากรวมตัวรวมกันเป็นกลุ่มก้อน “ทุนทางสังคม” ร่วมกำหนดกฎเกณฑ์และระบบของสังคมนั้น เพื่อร่วมกันเดินหน้าพัฒนาและนำมาซึ่งสิ่งดีให้กับถิ่นที่ตนอยู่และอาศัย จะเป็นพลังเสริมในทางบวก เป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน จะเพิ่มศักยภาพทั้งในตัวตนและรวมหมู่ ที่จะเป็นพลังในการพัฒนาตนและแก้ไขปัญหาได้อีกมากมาย
ดังที่กล่าวในทุนทั้ง 5 มิติ หากสำรวจตรวจค้นให้ลึกลงไป จะพบต้นตอของสาเหตุในปัญหาต่าง ๆ ของสังคม โดยเฉพาะความยากจนของประชาชนในท้องที่ท้องถิ่นนั้น ทำไมถึงจน คนจนมีกี่แบบ แบบไหนที่เรียกว่าจน เมื่อรู้เหตุที่แท้การแก้จึงไม่ใช่เรื่องยาก มุ่งไปที่กลุ่มคนจนและครัวเรือนเป้าหมาย ประกอบกับข้อมูลที่แม่นยำและเบ็ดเสร็จ จะนำมาเสริมซึ่งศักยภาพของ “ระบบการดำรงชีพอย่างยั่งยืน” ได้ในที่สุด