โครงการวิจัยแก้จน จังหวัดชัยนาท
Chainat Province · Research Initiative

สวัสดีผู้ดูแลระบบ

กรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบจัดการเนื้อหา

ชีวิตนี้มีทางเลือก

⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ชีวิตนี้มีทางเลือก

เมื่อนักจัดการข้อมูลชุมชนได้เกาะติดทำงานกับพื้นที่และข้อมูลครัวเรือนคนจน จึงสามารถพิจารณาแยกแยะครัวเรือนเป้าหมายของโพงามทั้ง 459 ครัวเรือน ออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามลักษณะของข้อมูลที่ศึกษาและรวบรวม แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ที่จะมีทางออกใน 3 ทางเลือก ได้แก่ ครัวเรือนพึ่งพิง 142 ครัวเรือน ครัวเรือนรอการพัฒนา 264 ครัวเรือน และครัวเรือนประกอบการ 53 ครัวเรือน

จากข้อมูลตัวเลขจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็น “ครัวเรือนรอการพัฒนา” ที่จะสามารถวางแผนชีวิต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในส่วนของรองลงมาเป็น “ครัวเรือนพึ่งพิง” ที่ต้องมีการส่งต่อเพื่อให้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายน้อยสุด เป็นกลุ่ม “ครัวเรือนประกอบการ”กลุ่มนี้ไม่ยาก ขอเพียงได้รับการส่งเสริมให้เป็นผู้ประกอบการในอาชีพที่สร้างรายได้ หรือสนับสนุนเป็น Start up ก็ทำได้

ครัวเรือนรอการพัฒนา ที่มีจำนวนมากสุด เปิดโอกาสให้ได้ทบทวนตนเองทั้งในส่วนของสมาชิกในครัวเรือน อาชีพ ที่มาของทรัพย์สิน หนี้สิน อุปกรณ์ในการทำมาหากิน ตลอดจนการวิเคราะห์รายรับรายจ่าย แนวทางการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และทำแผนชีวิตรายครัวเรือน เพื่อให้สะท้อนและเห็นแนวทางการออกมาจากหนทางแห่งความจน ผลที่ออกมาส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกิน มีภาระในการดูแล บ้างก็เด็ก บ้างก็คนชรา บ้างก็คนพิการ ทางเลือกการพัฒนาจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละครัวเรือน เช่น ครัวเรือนที่ไม่มีทักษะอาชีพ ก็ต้องพัฒนาให้ทำอาชีพได้ ครัวเรือนที่มีทักษะอาชีพอยู่แล้ว และต้องการรับงานกลับไปทำที่บ้าน ก็ต้องดูในแนวทางที่จะสร้างรายได้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำไม้กวาดดอกหญ้า การสานตะกร้าพลาสติก เป็นต้น หรือจะเป็นอีกกลุ่มในครัวเรือนที่มีการผลิตในครัวเรือน คือมีการทำอาชีพผลิตสินค้าอยู่แล้ว ก็ต้องเพิ่มช่องทางการตลาด หรือการขายออนไลน์ เป็นต้น

ครัวเรือนพึ่งพิง มีจำนวนมากเป็นอันดับสองของโพงาม กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วย ที่มีคุณภาพชีวิตทางกายภาพในด้านที่อยู่อาศัยที่ทรุดโทรม ทางออกทางเลือกจึงเป็นการส่งต่อข้อมูลไปยังบ้านพอเพียงชนบท ในแผนปี 2565 ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ ยังมีอีกส่วนที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่าเป็นครัวเรือนที่มีภาวะความเป็นอยู่ยากลำบาก ที่จะได้รับการส่งต่อข้อมูลไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท เพื่อเข้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง ในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งตำบลโพงาม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท หากครัวเรือนใดที่มีปัญหาด้านสุขภาพ หรือเป็นผู้พิการที่ยังไม่ได้รับเบี้ยคนพิการ จะได้รับการดูแลและติดตามถามไถ่ให้จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. ในพื้นที่ ทั้งในส่วนของผู้ที่ติดปัญหาต่าง ๆ ทำให้ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนนี้เทศบาลตำบลโพงามรับหน้าที่ดูแลและติดตาม

ครัวเรือนประกอบการ ที่พร้อมจะได้รับการส่งเสริมให้ทำอาชีพสร้างรายได้ จึงต้องมาดูข้อมูลในชุมชนของตำบลโพงาม ว่าอาชีพอะไรบ้างที่สร้างโอกาสในการพัฒนา ก็พบว่ามีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงแพะ การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงวัวแปลงใหญ่ การทำนา การเลี้ยงปลากระชัง สวนส้มโอ สวนอินทผาลัม และการทำน้ำพริก แต่กลั่นกรองแล้วพบอาชีพสำคัญ ๆ ที่มีศักยภาพอยู่ 2 อาชีพ คือ การเลี้ยงแพะ และการปลูกตะไคร้ จึงได้วิเคราะห์ต่อร่วมกับกลุ่มคนที่ทำอาชีพทั้งสองอยู่แล้ว เพื่อมาดูห่วงโซ่การผลิตและหาช่องทางที่เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนารายได้ให้คนจน

เมื่อวิเคราะห์โอกาสบนฐานของข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน สรุปได้ว่าการเลี้ยงแพะจะเป็นอาชีพที่มีโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าแพะ อีกทั้งมีเงื่อนไขในการผลิตในกระบวนการน้อยกว่าการปลูกตะไคร้ ด้วยแพะขายได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องการผูกขาดในข้อตกลง มีอิสระในการขายให้กับลูกค้า ต้นทุนการเลี้ยงก็ต่ำ กำไรก็มากกว่าหากเปรียบเทียบแล้ว ในขั้นตอนการเลี้ยงก็ดูแลง่ายใช้พื้นที่และทรัพยากรน้ำที่น้อย จึงเป็นข้อสรุปในการส่งเสริมอาชีพในกลุ่มครัวเรือนประกอบการเป็นการเลี้ยงแพะในชุมชนพื้นที่โพงาม