
จากผลของการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของแพะ ทำให้เห็นศักยภาพในแต่ละห่วงโซ่ที่มีในชุมชน ร่วมกันประยุกต์ต่อยอดองค์ความรู้ในการประกอบการจัดทำปุ๋ยหมักจากมูลแพะให้เป็นธุรกิจออกดอกออกผลเป็นสิ่งเสริมสร้างรายได้ ผลผลิตมีศักยภาพที่พร้อมจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ เมื่อเกิดเป็นกลุ่มจดทะเบียนในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนจะส่งผลให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโดยคนในชุมชนและด้วยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานในพื้นที่ จะกลายเป็นตัวแบบที่สำคัญในการแก้ปัญหาชุมชนโดยคนในชุมชนอย่างแท้จริง
ปัจจุบันวิสาหกิจกลุ่มพัฒนาอาชีพตำบลโพงาม มีสมาชิกทั้งหมด 98 ราย มีคนจนเป้าหมาย 43 ราย มีเงินหุ้นทั้งสิ้น 30,200 บาท มีหลายหน่วยงานและภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพงาม ที่เข้ามาให้การสนับสนุนพื้นที่ 2 ไร่ พร้อมกับโรงเรือนในการใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจการของกลุ่มวิสาหกิจ ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องไม่มีที่ดินทำกินของคนจน ในส่วนของการปรับพื้นที่ให้มีความพร้อมในการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวและทำแปลงปุ๋ย จึงต้องการใช้รถไถซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกำนันตำบลโพงาม และเติมน้ำมันรถไถโดยการสนับสนุนจากสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตอำเภอสรรคบุรี เขต 4 จึงสามารถปรับที่ดินที่ให้มีความพร้อมได้ ส่วนของ กอ.รมน.จังหวัดชัยนาทก็ได้ร่วมสนับสนุนเครื่องร่อนปุ๋ยในการผลิต
เมื่อถึงเวลาลงมือทำ บุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ไม่เพียงแต่นักจัดการข้อมูลชุมชน คนในชุมชน ครัวเรือนเป้าหมายเท่านั้น ที่ร่วมลงแรงในการร่วมด้วยช่วยกันปรับปรุงสถานที่ แต่เทศบาลตำบลโพงามหน่วยงานท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ร่วมสนับสนุนบุคลากรในสังกัดมาช่วยในกิจกรรม พร้อมด้วยรถน้ำสำหรับรดน้ำแปลงปุ๋ยอีกด้วย
นอกจากหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ชัยนาท ยังได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร สถาบันวิทยาลัยชุมชน ที่ช่วยในส่วนของเครื่องสับย่อยทางการเกษตรเพื่อให้มาทดลองใช้ในการผลิต พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นองค์ความรู้ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมสนับสนุนทุนในการฝึกอาชีพการทำไม้กวาดทางมะพร้าว เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าพืชผักสวนครัวสำหรับชุมชนและครัวเรือนคนจนกลุ่มเป้าหมาย
ในส่วนภาคธุรกิจที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน ช่องทางการตลาดเป็นปัจจัยสำคัญของสินค้าที่ผลิตเพื่อให้ขายออกได้ สมาพันธ์ SME จังหวัดชัยนาท จึงเข้ามาช่วยประสานงานภาคธุรกิจในพื้นที่เพื่อรับซื้อผลผลิต และให้สถานที่สำหรับจำหน่วยผลผลิตที่ BizClub Market “ตลาดอินทรีย์ วิถีชัยนาท” ขยายต่อยอดไปในระดับประเทศ อย่างสมาพันธ์ SME แห่งประเทศไทย ที่เข้ามาในเรื่องของออกแบบตราสินค้า (PHO - G โพธิ์-จี Good Product From Pho-ngam and Goat) และบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนองค์ความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายกับภาครัฐ (THAI SME-GP) การขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์ม Star Market และการสนับสนุนร่วมกันระหว่าง สมาพันธ์ SME แห่งประเทศไทย และกระทรวง อว. ในการส่งเสริมการขายผ่าน “ซุปตาร์ช่วยขาย”
แล้วประโยชน์ที่จะเกิดกับคนจนกลุ่มเป้าหมายล่ะ? มีอะไรบ้างลองไปดูกัน อันดับแรกของสมาชิก 43 ครัวเรือนคนจนเป้าหมายที่ได้แน่ ๆ คือเงินปันผลจากการประกอบกิจการของกลุ่ม แต่หากใครไม่ได้เป็นสมาชิกก็ยังสามารถรับจ้างเป็นแรงงานของกลุ่มได้ ลักษณะงานมีหลากหลาย เช่น แรงงานธนาคารมูลแพะ คือรับจ้างกรอก ขน และยกมูลแพะ แรงงานในการทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองสูตรแม่โจ้ คือตั้งกองปุ๋ย รดน้ำกองปุ๋ย ล้มกอง ตากปุ๋ย ร่อนปุ๋ย และบรรจุถุง แรงงานในการทำชุดพร้อมปลูก คือเย็บถุงผ้า จัดชุดพร้อมปลูก และจัดส่งลูกค้า มีคนจนเป้าหมายจำนวน 40 ครัวเรือน ที่ได้เข้ามารับจ้างเป็นแรงงานดังกล่าว โดยจะมีรายได้เฉลี่ย 1,000 – 1,500 บาท ต่อ 1 อาทิตย์ ต่อ 1 ครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางออมเงินโดยการเป็นสมาชิกกลุ่มและเมื่อร่วมเป็นแรงงานให้กับกลุ่ม จะมีการหักเงินค่าแรง 5% ของรายได้เข้าร่วมหุ้นกับกลุ่ม อีกทั้งสมาชิกจะได้เป็นเจ้าของร่วมกันในพืชผักสวนครัวที่ปลูกในพื้นที่ แบ่งปันผลผลิตร่วมกันเป็นอีกทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และยังได้รับเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า และปุ๋ยมูลแพะ เพื่อนำไปปลูกเองที่บ้านได้อีกด้วย