
ศักยภาพของทุนในการดำรงชีพ แต่ละคนแต่ละครัวเรือนย่อมมีไม่เท่ากัน ปัจจัยสี่เป็นพื้นฐานของการดำรงอยู่ บ้างไม่มีบ้านหรือที่พักพิงเป็นของตัวเอง ต้องอาศัยญาติหรือผู้อื่นหรือแม้แต่ที่วัด ไว้เป็นที่ หลบฝนหลบแดดและคอยระวังภัย อีกทั้งข้าวปลาอาหารในแต่ละมื้อจะกินจะอยู่จะดูแลกันในครอบครัว ก็ดูจะขัดสนข้นแค้นไปตามกัน ทรัพยากรในท้องถิ่นพอให้ได้เก็บกินใช้ก็ขาดอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องไม้จะไปจัดหา บ้างมีบัตรสวัสดิการของรัฐ เบี้ยยังชีพของคนชรา แต่ก็ยังไม่พอจะได้จุนเจือทุกชีวิตในครัวเรือน มิซ้ำร้ายบางคนอาจต้องอยู่เดียวดายในวัยชราภาพ ไร้ซึ่งลูกหลานคอยดูแล เพื่อนบ้านหรือญาติมิตรจะพึ่งพาก็ขาดไร้ซึ่งระบบเครือญาติคอยค้ำจุน
คนจนแต่ละคนก็มีปัจจัยและระดับความลำบากที่แตกต่าง หลายครัวเรือนไม่ได้ร่ำรวยหรือมีพอที่จะจัดอยู่ในฐานะปานกลาง แต่ไม่ถึงกับลำบากยากแค้น จัดอยู่ในกลุ่ม “ครัวเรือนอยู่ดี” ที่ไม่มีโรคภัย ไม่มีหนี้ หรือมีก็พอชำระได้อย่างสบาย มีที่ดินทำกินอย่างน้อย 3 ไร่ หรือมีการงานมีรายได้ แต่แค่อาจจะไม่ได้มากนัก ยังเข้าข่ายของความจนก็เท่านั้น ซึ่งก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าอีกกลุ่ม คือ “ครัวเรือนอยู่ได้” กล่าวคือก็มีโรคภัยบ้าง โรคเบาหวานหรือความดันทั่วไป หนี้สินก็พอมีติดตัว ไม่มากไม่น้อยไม่เกิน 30,000 บาท แต่ยังประกอบอาชีพได้ มีที่อยู่เป็นของตัวเองเป็นหลักแหล่ง เรียกได้ว่าต้องสู้กันไป แต่ก็ไม่หนักใจเท่ากลุ่ม “ครัวเรือนอยู่ยาก” เริ่มจะอยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ดีแล้วกลุ่มนี้ ก็ทั้งหนี้สิน รายจ่ายมากมาย เทียบกับรายได้และแรงงานที่หาเงินได้ก็น้อยนิด ทำงานคนเดียวหาเลี้ยงสมาชิกในบ้านหลายคน ก็ยิ่งต้องกู้หนี้ยืมสิน แม้จะชดใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้เลย เพราะในแบบที่หนักสุดก็จนถึงขั้นจะอยู่ไม่ได้แล้ว “ครัวเรือนอยู่ลำบาก” ทั้งจากสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วยและโรคภัยเข้ามารุมเร้า อายุก็มากขึ้นช่วยเหลือตัวเองก็ลำบาก ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว อาชีพและรายได้ไม่ต้องพูดถึง ใช้สวัสดิการของรัฐพอได้ประทังชีวิตไป
หากกล่าวโดยสรุปในลักษณะความยากจนของครัวเรือนเป้าหมายของชัยนาท ดั่งคำนิยามตามที่ได้ศึกษา “ไม่มีรายได้ แต่ถ้ามีรายได้ก็ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินทำกันก็ไม่ใช่ของตนเอง มีปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำทำการเกษตร ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพใช้แรงงาน ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพหรือสร้างรายได้ และยังไม่ได้ใช้อุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการดำรงชีพ”
แท้จริงแล้วความจนไม่ใช่โรคร้ายที่รักษาไม่หาย แต่สามารถบรรเทาให้เบาบางถึงขั้นหายขาดเลย ก็ยังได้ เพียงเริ่มกันค้นหาก่อนว่าคนจนอยู่ไหนกัน ทำข้อมูลพื้นฐานให้เที่ยงตรงและแม่นยำ จะได้เล็งให้ถูกจุดถูกกลุ่มของเป้าหมาย แล้วมาร่วมกันหาโอกาสจากทรัพยากรสิ่งรอบตัว นำมาต่อยอดเพิ่มคุณค่า แล้วร่วมกันสรรค์สร้างก่อเกิดเป็นนวัตกรรมแก้จน และสานต่อให้คงอยู่ตามวิถีผนวกกับวิธีที่ยั่งยืน