
หากมองในภาพรวมสามตำบลที่กล่าว คือตำบลแพรกศรีราชา ตำบลเที่ยงแท้ และตำบลโพงาม ต้นทุนที่จะหนุนนำมีอยู่มากไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทรัพยากรแหล่งน้ำการเกษตรในเขตชลประทาน ทั้งทุ่งดงตาลก็ยังมีอยู่มากมาย หรือจะทุนทางสังคมกลุ่มวิสาหกิจในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ก็มีให้เห็น หรือจะกองทุนที่พอจะเป็นเงินหมุนเวียนก็พอมีให้ได้ใช้จ่าย ในส่วนทุนทางเศรษฐกิจ เห็นได้จากความเฟื่องฟูในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด – 19 ไม่ว่าจะเป็นตลาดชุมชนที่เป็นวิถี หรือตลาดย้อนยุคเมืองขุนสรรค์ หรือจะตลาดนัดในวัดที่มีเป็นประจำทุกวันพระ พอให้ได้คึกคักทั้งคนซื้อคนขาย อีกทุนที่สำคัญไว้หนุนเสริมแต่เดิมมา ประวัติศาสตร์เรื่องราวแต่เก่าก่อน ที่ยังมีให้เป็นทั้งโบราณสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสรรค์ อย่างวัดมหาธาตุ วัดพระแก้ว วัดโพธาราม ล้วนมีประวัติเรื่องเล่ารวมความเชื่อและศรัทธาของผู้คน แม้ทุนอื่น ๆ จะมีปัญหาหรือข้อจำกัดบ้าง นั่นก็คือสิ่งที่ต้องแก้ไขและพัฒนาไปควบคู่
เมื่อมามองให้ลึกถึงตำบลโพงามนำร่อง ของอำเภอสรรคบุรี สิ่งที่ชัดของปัญหาในแหล่งทุนของครัวเรือนที่ส่วนใหญ่ยากจนในตำบลนี้ คือไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง แม้ทุนทรัพยากรข้อนี้ในอำเภอสรรคบุรี จะเป็นพื้นที่ชลประทานแม่น้ำน้อยที่มีความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ แต่คนจนเข้าไม่ถึงแหล่งทุนนี้ ส่วนใหญ่ทำได้แค่เป็นลูกจ้างหรือแรงงานในภาคการเกษตร สถิติตัวเลขของครัวเรือนที่ไม่มีที่ดินของชาวตำบลโพงามเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมด จำนวน 1,101 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 45.80% ไม่น้อยเลยทีเดียวในความเดือดร้อนของทุนนี้ การจะนำทุนทรัพยากรในด้านนี้มาเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาคนจนเห็นจะเป็นต้องพึ่งพาพื้นที่สาธารณะให้คนจนได้ใช้สอย
ทุนทางสังคมในกลุ่มของ 2,404 ครัวเรือนในตำบลโพงาม มีการรวมกลุ่มร่วมกันในกองทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มออมทรัพย์ กองทุนสวัสดิการชุมชน หรือกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี แต่ก็ไม่ใช่จะเพียงพอทั้งข้อจำกัดของแหล่งทุน อีกทั้งคนที่กู้ไปไม่ใช้คืนก็มีให้ต้องคอยติดตามถามไถ่ ทั้งความรู้ความเข้าใจและการบริหารจัดการของแต่ละกลุ่ม ที่ดูแล้วการเกื้อหนุนของทุนสังคมต้องอาศัยทุนผู้นำหรือทุนกลุ่มกิจกรรมเป็นหลัก ที่จะมาช่วยพัฒนาระบบดูแลคนจนทั้งในเรื่องสุขภาพ อาชีพ และพื้นที่ทางสังคมของคนจนตำบลโพงามได้ต่อไป
ในส่วนด้านการเลี้ยงชีพให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของชุมชน อาชีพทำนาปลูกข้าวยังเป็นที่นิยมเป็นส่วนใหญ่ ข้าวพันธุ์ กข. 41 และหอมปทุม ยังคงเป็นผลผลิตที่สร้างมูลค่าและรายได้ให้ชาวนา รองลงมาคือพืชสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ส้มโอขาวแตงกวา โกโก้ หรืออินทผาลัม ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์อย่างแพะพันธุ์ลูกผสมบอร์ที่มีมากในโพงาม แต่ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวในข้างต้นในส่วนทุนทรัพยากรของที่ดิน คนจนส่วนใหญ่ไม่มีที่ของตัวเอง ต้องเช่าเขาทำบ้าง หรือเป็นลูกจ้างบ้าง แต่สิ่งที่มีคือทักษะและแรงงาน นั่นก็พอจะให้สานต่อร่วมกันได้ระหว่างคนจนกับเจ้าของผู้มีครอบครองที่ดินทำกินของตัวเอง
อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ทุนทางวัฒนธรรม ตำบลโพงามยังคงมีงานปิดทองหลวงพ่ออู่ทอง และหลวงพ่อศรี ที่ทำเป็นประจำในทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์และพฤษภาคมตามลำดับ และยังมีบุญศาลากลางบ้าน ซึ่งเป็นอีกส่วนที่รักษาอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมให้คงอยู่ ทั้งในงานบุญต่าง ๆ ยังช่วยสานสัมพันธ์และความสามัคคีของคนในหมู่บ้านให้เกิดเป็นกิจกรรมพัฒนาพื้นที่ในชุมชนร่วมกัน ทุนนี้อาจเป็นตัวเสริมในส่วนของทุนทางสังคมได้อีกทางหนึ่ง
หรือหากมองตัวอย่างที่วัดโฆสิตารามหรือที่รู้จักกันในนามเรียกขานวัดหลวงพ่อกวย ที่มีโรงทานไว้เป็นที่พึ่งพาของคนจน วัดในพื้นที่โพงามอาจมองเป็นตัวอย่างโมเดลมาทำบ้างให้คนจนได้พึ่งพิงในยามยาก ไม่เพียงเท่านี้ในส่วนของภูมิปัญญาที่มีให้เห็นและสามารถประกอบเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เช่น การทำไม้กวาด การทำขนม และจักสาน เป็นความรู้ความสามารถที่ถ่ายทอดและเรียนรู้เกื้อหนุนได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะทุนใดเกื้อหนุนได้มากน้อยหรือไม่ แต่ท้ายสุดก็ต้องร่วมช่วยกันหาแนวทางและกลยุทธ์การออกจากความจน เพิ่มคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของคนในพื้นที่ตามแนวคิด “คนอำเภอเดียวกัน ไม่ทอดทิ้งกัน” และ “คนไทย ใส่ใจดูแลกัน”