
ตำบลแพรกศรีราชา ตำบลเที่ยงแท้ และตำบลโพงาม สามตำบลจากทั้งหมดเก้าตำบลจึงถูกเลือกให้เป็นตำบลนำร่องด้วยเหตุผลประกอบกับข้อมูลสำคัญของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือนและประชากรที่มากที่สุดในอำเภอของตำบลแพรกศรีราชา อีกทั้งผู้เก็บข้อมูลมีความเข้มแข็งที่จะสามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำบลอื่น ๆ ได้ด้วย ในส่วนตำบลเที่ยงแท้ที่ปรากฏข้อมูลครัวเรือนคนจนใน TPMAP เพียง 2 ครัวเรือนเท่านั้น แต่เมื่อทำเวทีสอบทาน กลับพบกว่ามีมากถึง 207 ครัวเรือน นอกจากนี้ตำบลโพงาม เป็นพื้นที่ที่มีความชัดเจนในด้านการกระจุกตัวของคนจนที่มากที่สุดถึง 459 ครัวเรือน และทุกหมู่บ้านจะมีตัวแทนผู้เก็บรวบรวมข้อมูล 2 – 3 คน ประกอบกับนักพัฒนาชุมชนตำบลเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกกิจกรรม ซึ่งทั้ง 3 ตำบล หน่วยงานท้องถิ่นให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการสอบทานข้อมูลเป็นอย่างดี จึงเป็นตำบลที่มีความเหมาะสมในเบื้องต้นสำหรับการเป็นพื้นที่เป้าหมายของอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
แต่ทั้งนี้ นักวิจัยได้มีการสอบทานข้อมูลร่วมกับชุมชนพร้อมทั้งวิเคราะห์บริบทชุมชนด้วยกระบวนการการประเมินสภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน (Rapid Rural Appraisal – RRA) และการวิเคราะห์บริบทชุมชน (Village Profile) จึงพบปัจจัยสำคัญในการเลือกพื้นที่ปฏิบัติการฯ นำร่องผลออกมาเป็นตำบลโพงาม
องค์ประกอบของการเป็นพื้นที่ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจน ควรต้องไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อมุ่งเน้นให้คนจนเป้าหมายเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างสะดวก และปัจจัยสนับสนุนหลักคือผู้นำชุมชนที่ต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ อบต. ที่จะให้การสนับสนุนการปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของทีมนักจัดการข้อมูลชุมชนที่ต้องมีความพร้อม มีจิตสาธารณะเป็นสำคัญ และควรมีมากกว่า 1 คน ต่อ 1 หมู่บ้าน โดยที่นักจัดการข้อมูลชุมชนควรมีบทบาทหรือสถานะทางสังคมที่สามารถให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในระดับตำบลไปจนถึงจังหวัดได้ เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นที่มาที่ตำบลโพงามมีความเหมาะสมในการนำร่องปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ ด้วยมีองค์ประกอบครบตามที่กล่าว
หากพิจารณาในเชิงลึกถึงข้อมูลครัวเรือนคนจนเป้าหมาย โพงามก็เป็นตำบลที่มีมากที่สุดในอำเภอสรรคบุรี และจากสัดส่วนของกลุ่ม “ครัวเรือนอยู่ลำบาก” ก็มีมากถึง 103 ครัวเรือน คือเกือบ 30% ของครัวเรือนเป้าหมายทั้งหมดในตำบล ซึ่งทีมวิจัยได้มีการวิเคราะห์ทุนในการดำรงชีพทั้ง 5 มิติ ไม่ว่าจะเป็นทุนทางกายภาพ ทุนทรัพยากรมนุษย์ ทุนทางการเงิน ทุนทางธรรมชาติ และทุนทางสังคม พบว่าตำบลโพงามมีทุนศักยภาพดังกล่าวใกล้เคียงกับอำเภอสรรคบุรี และจังหวัดชัยนาท ที่มีทุนทางกายภาพมากที่สุด และทุนทางสังคมน้อยที่สุด
ด้วยเหตุผลตามข้อมูลประกอบจากการวิเคราะห์ประเมินตามกระบวนการฯ และในพื้นที่ซึ่งมีทีมผู้นำที่เข้มแข็งในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นท้องที่ ท้องถิ่น หรือในชุมชนเอง ที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรม และพร้อมที่จะร่วมวิเคราะห์โพงามกับทุนที่เกื้อหนุน จึงเป็นที่สรุปว่าตำบลโพงามมีความเหมาะสมในการเป็นพื้นที่นำร่องโมเดลแก้จนของคนชัยนาท