โครงการวิจัยแก้จน จังหวัดชัยนาท
Chainat Province · Research Initiative

สวัสดีผู้ดูแลระบบ

กรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบจัดการเนื้อหา

การพัฒนานักจัดการข้อมูลชุมชน

⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
การพัฒนานักจัดการข้อมูลชุมชน

เมื่อมาดูที่บทบาทและหน้าที่ก็จะพบว่าหลักใหญ่ใจความสำคัญของนักจัดการ ก็คือการเป็นตัวกลางในการช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมและการตัดสินใจของกลุ่มในชุมชนหรือองค์กรเครือข่าย ในทางปฏิบัติการจัดเวทีพูดคุยทั้งกลุ่มย่อยกลุ่มใหญ่ จึงเป็นกิจกรรมหลักอย่างหนึ่งที่จะได้มาซึ่งข้อมูล ดังนั้น ผู้จัดกระบวนการหรือผู้ดำเนินการสนทนา ควรเรียนรู้เทคนิคและวิธีในการสอบถามพูดคุยหรือสัมภาษณ์ที่เหมาะสม

การสัมภาษณ์แบบกึ่งไม่มีโครงสร้าง (Semi-Structured Interview – SSI) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลที่จะทำให้สามารถได้ข้อมูลแบบเจาะลึก เข้าถึงความคิดและล้วงเอาข้อมูลในส่วนลึกของผู้ให้สัมภาษณ์ออกมาได้ การสัมภาษณ์ก็ดูไม่น่าเบื่อ ด้วยเป็นลักษณะของการพูดคุยแบบเป็นกันเอง ผู้สัมภาษณ์จะมีประเด็นคำถามที่เตรียมไว้มีเค้าโครงหัวข้อใหญ่และประเด็นย่อย เทคนิคคือการใช้ผู้ช่วยทั้ง 8 หรือ Eight Helpers เป็นตัวนำในคำถาม ได้แก่ อะไร ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำไม อย่างไร เท่าไหร่ ถ้า

นั่นทำให้ทักษะสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือการฟัง ที่ต้องฝึกฝนให้ฟังได้อย่างตั้งใจและมีสมาธิ จะช่วยสร้างพลังให้ทั้งตัวเองและคนที่เรารับฟังเกิดความรู้สึกนับถือเรา และพร้อมที่จะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและครบถ้วน อีกสิ่งที่จะช่วยเสริมให้เข้าใจในเรื่องราวหรือคำตอบที่ผู้พูดเอ่ยถึง คือภูมิหลังของคนที่เราคุยด้วยหรือสัมภาษณ์ อย่างที่คำว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” สิ่งที่ควรรู้ไม่จำเป็นต้องมากนัก ขอแค่รู้ว่าเขามาในที่นี้มีความเกี่ยวข้องอย่างไร มีความเป็นมาแบบไหน มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร และเขามีเป้าหมายอะไรในวันนี้

ทักษะที่กล่าวอาจเป็นเพียงเบื้องต้นของการจัดเวทีสนทนา หรือพูดคุยสัมภาษณ์ให้ได้มาซึ่งข้อมูล หรือแม้แต่กระบวนการอภิปรายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่ม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ควรคำนึงถึงเพื่อให้เกิดการพัฒนาสำหรับนักจัดการข้อมูลชุมชน เช่น การเคารพความคิดเห็นของทุกคน กระตุ้นทีมในการจับประเด็นเพื่อร่วมกันอภิปราย ไม่ตัดสินความคิดเห็นของใครว่าถูกหรือผิด สร้างการมีส่วนร่วม อาจเป็นลักษณะการแบ่งกลุ่มย่อยเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงออก เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ขัดแย้ง มีทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยทัศนคติเชิงบวก รวมทั้งทักษะในการสรุปประเด็นจากการสังเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจเรียนรู้และฝึกฝนในกระบวนการคิดเชิงระบบ แล้วถ่ายทอดออกมาให้สามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อนำไปต่อยอดทางความคิดและเกิดแนวคิดสู่วิธีการแก้ปัญหาในเรื่องนั้น ๆ

นอกจากนี้ เมื่อได้มีกระบวนการไม่ว่าจะเป็นการสอบทานข้อมูลหรือการสัมภาษณ์หรืออภิปรายกลุ่มใหญ่กลุ่มย่อย เราได้เกิดการเรียนรู้อะไรบ้าง มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง แนวทางการนำไปปฏิบัติได้แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่นักจัดการข้อมูลชุมชนต้องตั้งคำถามและหาคำตอบหลังจบกระบวนการในขั้นหนึ่ง เพราะผู้จัดกระบวนการต้องพร้อมที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีมุมมองที่เป็นองค์รวม เข้าใจอิทธิพลขององค์ประกอบที่มีต่อกัน มีการสะท้อนกลับความคิดเห็น เรียนรู้ย้อนกลับไปมา ผู้ถามวิเคราะห์คำตอบเพื่อนำมาซึ่งการตั้งคำถามได้ต่อ เกิดการอภิปรายร่วมกันจนได้ข้อสรุป ก็เป็นอีกวิธีของการสัมภาษณ์ที่มีลักษณะเป็นวงจร

การได้มาซึ่งข้อมูล สามารถเป็นได้ทั้งสัมภาษณ์แบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม หรือจะเป็น Focus group ในกลุ่มย่อย ขนาดกลุ่มไม่ควรเกิน 6 – 12 คน ร่วมสนทนาตามประเด็นที่กำหนดขึ้น จัดให้ครบองค์ประกอบของการสนทนากลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำเนินการสนทนา ผู้จดบันทึก สถานที่ อุปกรณ์ และระยะเวลาที่เหมาะสมไม่มากไม่น้อยไปก็ไม่ควรเกิน 3 ชั่วโมง ประโยชน์ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล จะเป็นทั้งในแง่มุมของความคิดเห็น ทัศนคติ ความรู้สึก ความเชื่อ การรับรู้ และพฤติกรรมของผู้ร่วมสนทนา สามารถกำหนดสมมติฐานใหม่ ๆ ได้ ช่วยให้ข้อมูลที่ยังคลุมเครือมีความชัดเจนได้มากขึ้น

เมื่อศักยภาพได้รับการพัฒนา “นักจัดการข้อมูลชุมชน” จึงเป็นตัวกลางที่มีบทบาทสำคัญในการสอบทานและชี้เป้าครัวเรือนเป้าหมายอย่างมีส่วนร่วม ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและปัญหาครัวเรือนเป้าหมายในเชิงลึก ตลอดจนจำแนกแยกแยะครัวเรือนประเภทต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เหมาะสมของกลุ่มนั้น จากการได้ฐานข้อมูลที่แม่นยำตามบริบทของพื้นที่ ทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างมีส่วนร่วมในการออกแบบกลยุทธ์เพื่อจะออกจากความยากจนของคนในพื้นที่อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

เรื่องถัดไป
โพงามนำร่อง →